ถือเป็นอีกหนึ่งยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด ในปัจจุบันเทคโนโลยีอีกอย่างที่สำคัญกับการใช้ชีวิตเราในยุคสมัยนี้ คงจะหนีไม่พ้นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิต เราเชื่อว่าในยุคนี้ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า 5G เทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่ 4G อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะใครที่เป็นสายไอทีหรือติดตามข่าวสารเปิดตัวสมาร์ตโฟนใหม่ ๆ เพราะเทคโนโลยี 5G คือเทคโนโลยีล่าสุด ทำให้หลายค่ายโทรศัพท์มือถือต่างนำข้อดี และความสามารถของ 5G มาทำการตลาดมากมาย

สำหรับใครที่อาจสงสัยว่าการเข้ามาของเทคโนโลยี 5G มีข้อดีอะไรบ้างที่ทำให้การติดต่อสื่อสารเสถียรกว่าเดิม หลายคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า 5G จะดีกว่า 4G ยังไง และจะเจ๋งกว่าแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้วตามกันไปดูได้เลย

5G ดีกว่า 4G อย่างไร?

1. ฟังเพลง ดูหนัง ดูวิดีโอ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อมี 5G เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรานั้น เป็นเรื่องที่ดี ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เสพคอนเทนต์ต่าง ๆ สายดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม เพราะหลายคนอาจเจอปัญหาระหว่างการชมภาพยนตร์ผ่านสมาร์ตโฟน เช่น ระหว่างชมภาพยนตร์อยู่แต่เกิดปัญหาอินเทอร์เน็ตกระตุก ทำให้เสียอารมณ์และชมภาพยนตร์อย่างไม่ได้อรรถรส หรือหากเป็นสายเล่นเกมก็หมดปัญหาเกมค้างขณะต่อสู้มัน ๆ

โดยสัญญาน 5G เร็วและแรงกว่า 4G มากถึง 20 เท่า ทำให้ทุกความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น การเล่นเกม การชมภาพยนตร์ การดูวิดีโอ ลื่นไหลยิ่งขึ้น เพิ่มอรรถรสความบันเทิงได้เป็นอย่างดี

ฟังเพลง ดูหนัง ดูวิดีโอ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. รับส่งข้อมูลทันใจกว่าเดิม

หลายคนรู้ว่าการรับส่งข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่จะว่าก่อนหน้านี้การรับส่งข้อมูลทำได้ช้ามาก ทำให้คนที่ต้องการความรวดเร็วในการส่งงานหงุดหงุดเป็นอย่างมาก แถมบางครั้งยังรับส่งข้อมูลไม่ผ่าน ทำให้นอกจากเสียเวลาแล้วยังต้องเสียอารมณ์ ซึ่งการเข้ามาของเทคโนโลยี 5G สามารถลดปัญหานี้ได้อย่างดีเยี่ยม นั่นเพราะ 5G สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นถึง 7 เท่า

นอกจากนี้ยังสามารถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วกว่า เพราะสามารถถ่ายโอนข้อมูล 20GB ภายใน 1 วินาที จากเดิม 4G สามารถถ่ายโอนข้อมูล 1GB ภายใน 1 วินาทีเท่านั้น ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความรวดเร็วทันใจ

รับส่งข้อมูลทันใจกว่าเดิม

3. ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วด้วยปลายนิ้ว

แน่ว่าในยุคนี้นั้นเทคโนโลยีไปไวมาก มากจนเราไม่รู้ตัว หลาย ๆ คนก็ต่างมองกันว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องที่จะทำให้เราสะดวกสบายและรวดเร็ว นั่นทำให้เทคโนโลยี 5G ตอบโจทย์ด้านความเร็วได้อย่างดีเยี่ยม โดยจุดเด่นของ 5G เมื่อกดสั่งงานสามารถตอบสนองได้แบบทันที เนื่องจากความหน่วงต่ำ ตอบสนองรวดเร็วแค่ปลายนิ้ว ซึ่ง 5G สามารถตอบสนองได้รวดเร็วกว่า 4G ถึง 10 เท่า นอกจากนี้ยังรองรับจำนวนผู้ใช้งานแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า 4G อีกด้วย

4. เกมเมอร์พร้อมฟาด ลุยสมรภูมิออนไลน์ได้อย่างเต็มที่

เกมเมอร์หลายคนคงไม่ชอบมากนักเมื่อเวลาเล่นเกมอยู่แล้วเกิดอาการกระตุกของเน็ต หรือที่เราคุ้นเคยกันในนิยาม ‘เกมแลค’ (Lags) ทำให้เสียอารมณ์เป็นอย่างมาก ยิ่งเวลาจะขึ้นแรงค์ ยิ่งทำให้เราหงุดหงิด ดีไม่ดีหลายคนอาจจะเกิดอาการหัวร้อนทำลายข้าวของเลยก็ได้ ซึ่งต้นเหตุของปัญหานี้ก็คือความหน่วงในการส่งข้อมูลของเครือข่ายอีกเช่นเคย ก่อให้เกิดความล่าช้าดีเลย์ซึ่งส่งผลไปถึงเวลาตอบสนองในเกมของผู้ใช้งาน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อมีการเข้ามาของ เครือข่าย 5 G ที่จะทำให้การรับส่งข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มสะดวกขึ้น ทำให้ช่วยลดอาการกระตุกของเน็ตลงได้อย่างชัดเจน ต่อไปนี้เหล่าบรรดาเกมเมอร์ก็จะ enjoy กับเกมที่เล่นได้อย่างหายห่วงแน่นอน

นอกจากนี้สายเกมเมอร์ที่เล่นเกมในคอมพิวเตอร์ แล้วอยากได้ภาพที่สวย คมชัด ดูเหมือนจริงมากที่สุด เรื่องจอภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเหล่าเกมเมอร์อย่างมาก โดยเราขอ แนะนำ 5 รุ่นหน้าจอ 144 Hz ราคาไม่สูง ซึ่งเป็นจอที่เหมาะกับเหล่าเกมเมอร์มาก ๆ และที่สำคัญราคาไม่แพง สามารถเอื้อมถึงแน่นอน

เกมเมอร์พร้อมฟาด ลุยสมรภูมิออนไลน์ได้อย่างเต็มที่

หลายคนคงเห็นความแตกต่างแล้วใช่ไหมว่า 5G ดีกว่า 4 G ยังไง เรียกได้ว่าอัพเกรดจาก 4 G ขึ้นมาเยอะเลยมนุษย์เรานั้นพัฒนาเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต แน่นอนว่าเพียงระยะเวลาไม่กี่ปีจาก 1G ที่ออกมาและได้ทำการพัฒนาต่อเนื่องจนเป็นเทคโนโลยี 5G ในปัจจุบัน เพื่อการเชื่อมต่อ และติดต่อสื่อสารรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้หลายคนอาจเข้าใจว่าเทคโนโลยี 5G คือสัญญานโทรศัพท์มือถือเท่านั้น อาจต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะแท้จริงแล้วยังหมายความรวมถึงการเป็นเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ตรวจสุขภาพ รถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ เสาไฟฟ้าที่เชื่อมต่อข้อมูลได้ ฯลฯ ทำให้ 5G มีประโยชน์อย่างยิ่งกับมนุษย์เราทั้งในวันนี้และอนาคต

มือถือรุ่นใหม่ที่ รองรับ 5G

อย่างที่ทราบกันดี สำหรับ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตอย่าง 5G ที่มีความโด่นเด่นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับ 4G ที่ผู้คนยังใช้งานในอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมือถือ ที่เปิดตัว และวางจำหน่าย ช่วงปลายปี 2021 และตลอดปี 2022 ทั้ง มือถือ 5G ตระกูล Android ทุกแบรนด์ และ iOS อย่าง iPhon13 ที่จะมายกระดับเทคนโนโลยีที่ทันสมัย มีความรวดเร็ว ตอบโจทย์ ในยุคที่ เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญกับการทำงาน การเรียน และการดำรงชีวิต

ทั้งนี้ ได้รู้จักข้อดีต่าง ๆ ของ 5G กันไปแล้ว สำหรับปี 2021 ยังมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกมาอีกมากมาย โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสาร อย่างโทรศัพท์มือถือที่หลาย ๆ คนมีไว้ใช้งาน ซึ่งหากคุณกำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ ที่ราคาไม่แพง แต่สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า 5 มือถือราคาไม่เกิน 5000 สเปกแรง ปี 2021 จะเป็นตัวเลือกดี ๆ ให้กับคุณนั่นเอง และในวันนี้ขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าสวัสดีครับ